Drunken Domesticity
|
|
Written By: Icarus Translated By: Choco Archive: Icarus'
Slash Fiction Rating: PG-13 Pairing: RW, HP, HP/SS Disclaimer: Icarus แต่งแฟนฟิกนี้ขึ้นจากเรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์ฉบับออริจินัลของ JKR ส่วน Choco ก็เป็นคนแปลเป็นไทยอีกที โดยได้รับอนุญาตจากท่านเจ้าของเรื่องเป็นที่เรียบร้อยแล้วจ้ะ Notes: ฟิกเรื่องนี้แต่งขึ้นเพื่อเข้าร่วมในเทศกาลฟิก The Booze Fuh-Q Fest ซึ่งมีผู้เข้าร่วมแต่งแฟนฟิกมากมายจากหลายๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่แฮร์รี่ พอตเตอร์อย่างเดียว ธีมหลักของเทศกาลคือให้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดื่ม เพราะงั้นเรื่องนี้เปิดฉากมาก็จะมีแฮร์รี่เมาๆ มาให้อ่านกัน ขอบคุณ Beta ทุกท่านที่ช่วยแนะนำเน้อ Warning: มีความ Y เป็นส่วนผสมเกิน 1000% เด็ก สตรีมีครรภ์ คนชรา และชายหนุ่มไม่ควรอ่านเกินวันละ 2 หน โปรดอ่านคำเตือนทุกครั้งก่อนอ่าน เราเตือนคุณแล้วนะ ถ้าเปลี่ยนใจก็รีบๆ เปลี่ยนนะ เอ้า ยังยืนยันจะอ่านรึ งั้นก็เชิญเลย!! |
| Drunken Domesticity: Part I
แฮร์รี่รู้สึกคลื่นไส้มากเมื่อเขาเซถลาออกมาจากเตาผิง การเดินทางด้วยผงฟลูช่างเป็นวิธีที่ห่วยสิ้นดี เขาคิด แต่ก็ช่วยไม่ได้ในเมื่อตอนนี้เขาไม่อยู่ในสภาพที่จะทรงตัวขี่ไม้กวาดได้เลย เขาได้แต่หวังว่ารอนคงไม่ได้ เอ่อ คงไม่ได้กำลังยุ่งอยู่ก็แล้วกัน ความคิดที่ว่ารอนอาจจะกำลังมีเดทหรือกำลัง ทำอะไรอยู่ แว่บผ่านเข้ามาในสมอง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็คงกระอักกระอ่วนน่าดู แฮร์รี่ล้มแผละลงไปคุกเข่าอยู่กับพื้นห้องนั่งเล่นของรอน ถ้าเจ้าห้องแคบๆ ในแฟลตสวัสดิการของกระทรวงเวทย์มนต์นี่จะพออนุโลมให้เป็นห้องนั่งเล่นได้ เขาพยายามลุกขึ้นแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ . คลานสี่ขาแน่นอนกว่า ท้องไส้ที่ปั่นป่วนของเขาสงบลงหน่อยแล้ว ถ้าเขาอ้วกใส่เจ้าพรมน่าเกลียดผืนนี้รอนต้องฆ่าเขาแน่ ถึงแม้อ้วกอาจจะทำให้มันดูดีขึ้นก็เถอะ รอนเองก็ยอมรับนี่นาว่าพรมนี่มันอัปลักษณ์จะตาย แฮร์รี่คราง "แฮร์รี่ -?" เสียงงัวเงียของรอนดังมาจากห้องนอน ผู้ที่สามารถผ่านเขตป้องกันของมือปราบมารหนุ่มเข้ามาได้มีอยู่เพียงไม่กี่คน และในบรรดาคนเหล่านั้นก็มีอยู่แค่คนเดียวที่จะโผล่มาในเวลาดึกดื่นขนาดนี้ "ให้ตายสิ นายจะส่งนกฮูกมาบอกกล่าวกันก่อนไม่ได้รึไงนะ อย่างเช่น 'รอนเพื่อนรัก - ฉันกะจะเมาหัวทิ่มเลยวันนี้ เจอกันดึกๆ นะ' เนี่ยก็คงจะดีหรอก - แล้วอย่ามาอ้วกใส่พรมฉันนะ ไม่งั้นคราวนี้นายต้องเก็บกวาดเองแล้ว!" โอ้โห ตอนตีสามแบบนี้รอนอารมณ์บูดน่าดูแฮะ เสียงไม้แขวนเสื้อกระทบกันดังแกรก แฮร์รี่ช้อนตาขึ้นแล้วพยายามเพ่งมอง รอนเดินออกมาจากห้องนอน ผูกสายเสื้อคลุมอาบน้ำไปพลางขยี้ตาไปพลางอย่างง่วงๆ "ดูสารรูปนายสิ ทุเรศจริงๆ " รอนหน้าบึ้ง "ไปอาบน้ำก่อนเลย แล้วก็ห้ามแตะต้องอะไรทั้งนั้นนะ" มืออันอบอุ่นแข็งแรงสอดที่เข้ามาจับใต้แขนแฮร์รี่อย่างนุ่มนวลแล้วพยุงให้ลุกขึ้นนั้นขัดกับคำพูดกระด้างของเขาโดยสิ้นเชิง "เอ้า ไป" รอนทำเสียงฮึดฮัด "นายค่อยเล่ารายละเอียดของเรื่องคราวนี้ให้ฉันฟังตอนอาบน้ำก็ละกัน " แฮร์รี่ครางในลำคอ แล้วเดินตุปัดตุเป๋ไปห้องน้ำ เขาเดินเซไปกระแทกชนกับรอนตลอดทาง ทำเอาเสื้อคลุมอาบน้ำของรอนยับยุ่งไปด้วย แต่รอนไม่มีท่าว่าจะใส่ใจ "เอาละ เอาละ " รอนพูดด้วยน้ำเสียงปลอบโยนเมื่อเขาประคองแฮร์รี่ให้นั่งลงบนฝาชักโครก วิธีพูดของรอนช่างเหมือนกับแม่ของเขาจริงๆ แฮร์รี่สะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงน้ำที่ไหลพุ่งจากฝักบัว "ถอดเสื้อผ้า แล้วอาบซะ เร็วเข้า" แฮร์รี่ส่งเสียงครางประท้วง ก็พอเขาพยายามปลดกระดุมเสื้อ กระดุมเจ้ากรรมมันก็คอยจะลื่นหลุดออกจากมือของเขาเสียเรื่อยนี่นา "เฮ่อ เชื่อเขาเลย" รอนปลดกระดุมให้เขาแรงๆ ใช่สิ ยังกับว่าตัวเองไม่เคยเมาอย่างนั้นแหละ ทั้งรอนแล้วก็บรรดาเพื่อนมือปราบมารที่โปรดปรานงานเลี้ยงฉลองกันออกจะขนาดนั้น แต่ที่รอนไม่เคยเมาเละเทะไปปรากฏตัวที่บ้านของแฮร์รี่ตอนดึกดื่นเพราะว่าแฮร์รี่ไม่ได้อยู่คนเดียว และนั่นก็ทำให้แฮร์รี่หวนนึกขึ้นได้ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงได้เมาขนาดนี้ น้ำจากฝักบัวสาดกระทบหน้าของแฮร์รี่ เขาซบหน้าผากกับผนังกระเบื้องเย็นๆ พร้อมฉุกคิดกังวลเรื่องเสื้อผ้าของตนขึ้นมาแวบหนึ่ง เขาจำไม่ได้เลยว่าได้ถอดเสื้อออก แต่ก็เดาว่ารอนคงไม่ปล่อยให้เขาเข้ามาในอ่างอาบน้ำทั้งที่ยังสวมเสื้อผ้าอยู่แน่ รอนก็พิลึกแบบนี้แหละ "เอ้า ว่าไงล่ะ ?" รอนถาม เสียงของเขาดังก้องในห้องน้ำ "คราวนี้เขาพูดอะไร นายพูดอะไร - แล้วหลังจากนั้นนายทำอะไร เขาล่ะทำอะไร อ้อ เกือบลืมแน่ะ นายทำอะไรพังตอนกระแทกประตูปิดใส่เขาล่ะ? แล้วก็นะ ฉันว่านายต้องออกหางานทำแล้วหละ ถ้านายยังเล่นทำข้าวของแตกหักเสียหายบ่อยขนาดนี้ สมบัติแต่ละชิ้นของสเนปน่ะแพงระยับ" พฤติกรรมของเขาเดาง่ายขนาดนี้เชียวรึ ไม่หรอกน่า? ถึงกระนั้นสิ่งที่รอนพูดมาก็ตรงเผงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงๆ เพียงแต่แฮร์รี่ไม่รู้ว่าทำอะไรพัง เขาแค่ได้ยินเสียงของตกแตกเท่านั้น อา น้ำฝักบัวนี่ให้ความรู้สึกวิเศษจริงๆ เขาไม่อยากจะคิดเรื่องอะไรทั้งนั้นตอนนี้ "แต่วันนี้ขอฟังแค่สรุปย่อละกัน" รอนพูดเหนื่อยๆ เสียงละอองน้ำฝักบัวกระทบม่านพลาสติกข้างอ่างดังกราว "งานยุ่งมากเหรอ?" แฮร์รี่พยายามกัดฟันถาม สายน้ำไหลพรูอาบลงไปตามหลัง เขารู้สึกหัวหมุนติ้ว "ก็ภารกิจต่างๆ ผิดพลาดกันระนาว ที่กระทรวงก็วุ่นวายมั่วซั่วจนยุ่งไปหมด แล้วก็ไม่ใช่ว่า ฉัน จะทำอะไรได้ซักหน่อย ขอโทษเถอะไอ้เรื่องแบบนี้น่ะ ปล่อยเพอร์ซี่ตามล้างตามเช็ดไปดีกว่า นายรู้มั๊ย หมู่นี้ฉันชักจะรู้สึกเห็นใจเขาขึ้นมาแล้วซี แต่ยังไงฉันก็อยากมีเวลานอนพักผ่อนบ้าง" แฮร์รี่มองไปนอกม่านอาบน้ำ เห็นรอนเท้าแขนลงบนอ่างล้างหน้าแล้วยกอีกมือขึ้นเสยผม แฮร์รี่เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาตะหงิดๆ ซึ่งก็หมายความว่าน้ำเริ่มทำให้สมองเขาเริ่มปลอดโปร่งขึ้นมาบ้างแล้ว "แล้วเป็นยังงายม่าง ตอนนี้เขาจาให้นายทำอาราย?" เขาพูดเสียงอ้อแอ้ "ตอนนี้เรอะ ก็ให้นั่งคอยสมน้ำหน้าน่ะสิ เรื่องแบบนี้น่ะฉันชำนาญอยู่แล้ว ก็เคยพูดใส่หน้าพวกงี่เง่านั่นว่า 'เห็นไหม บอกแล้ว' มาเป็นร้อยๆ ครั้งแล้วนี่" "โทษนะ รอน ." "ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้ตั้งแต่ก่อนเข้าทำงานแล้วว่าพวกนั้นน่ะปัญญาอ่อนทั้งหมดนั่นล่ะ เห็นกันจะๆ ขนาดนั้นใครจะดูพลาดได้" รอนทำเสียงขึ้นจมูก "หึ ฉันกำลังปรับแต่งทดสอบทฤษฎีว่าด้วยความโง่เง่าดูน่ะ มันมีทั้งพวก 'งี่เง่าหัวชนฝา' ที่ต่อให้ความจริงโผล่ออกมาให้เห็นทนโท่อยู่ตรงหน้าชัดๆ ก็ยังไม่ยอมรับรู้ - แล้วยังพวก 'งี่เง่าสติแตก' อีก ก็ต้องมีพวกงี่เง่าร้อยแปดชนิดมาสุมหัวกันแหละถึงทำให้กระทรวงยุ่งเป็นบ้าได้ขนาดนี้!" "เอ่อ รอน . นายไม่ต้องรอก็ได้ ฉัน-ฉันเดินไปเองได้" แฮร์รี่ยึดขอบอ่างที่เย็นเฉียบไว้แน่นเมื่อเขาก้าวออกจากฝักบัว เขากระพริบตาไล่น้ำที่ไหลเข้าตาออกไป เอาละ ทีนี้ถ้าเพียงแต่เจ้าอ่างนี่มันยอมอยู่นิ่งๆ เขาก็จะสามารถคลำทางออกจากห้องน้ำได้ "อือฮึ ไม่รอก็ได้ แล้วก็ปล่อยให้นายเปิดก๊อกทิ้งไว้จนน้ำไหลไม่หยุดงั้นสิ" รอนว่าอย่างชัดถ้อยชัดคำ เขาชะโงกตัวปัดผ่านแฮร์รี่เข้าไปปิดก๊อก "อ๊ะๆ หยุดอยู่ตรงนั้นแหละ จนกว่าฉันจะจับนายไปยัดใส่ WUC ได้เรียบร้อย" WUC เป็นมุขส่วนตัวของพวกเขา มันย่อมาจาก 'World's Ugliest Couch' ซึ่งหมายถึงเก้าอี้ยาวแสนอัปลักษณ์ที่วางเด่นเป็นสง่าอยู่ในห้องนั่งเล่นของรอนนั้นเอง เก้าอี้ตัวนี้น่าเกลียดที่สุดสมชื่อของมันจริงๆ รอนเคยบอกว่าดีแล้วที่สีของมันดูคล้ายๆ กับอ้วก เมื่อคำนึงถึงสภาพของแขกแต่ละคนที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมานอนสลบไสลบนเก้าอี้ตัวนั้น ข้อดีเพียงหนึ่งเดียวของมันคือมีขนาดใหญ่นั่งสบายมากอย่างไม่น่าเชื่อ แฮร์รี่เริ่มขยับเดินโซซัดโซเซไปยังประตูห้องน้ำ เขารู้สึกเหมือนลืมทำอะไรไปสักอย่าง แต่กระนั้นก็รู้สึกสบายตัวขึ้นมาก และที่แน่ๆ กลิ่นของเขาก็สะอาดขึ้นด้วย รอนทำท่าราวกับกำลังจะหลับคาอ่างล้างหน้าที่เขาท้าวแขนพิงอยู่ แฮร์รี่ได้กลิ่นโคโลญจ์จากตัวรอนระคนกับกลิ่นคล้ายควันจางๆ ซึ่งเป็นกลิ่นที่มือปราบมารทุกคนมักจะมี วันนี้รอนไม่ได้อาบน้ำก่อนเข้านอนแน่ๆ เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะมีกลิ่นตัวดีขนาดนี้เลยแท้ๆ "แฮร์รี่ เอ่อ ." รอนสำลักหัวเราะ "นายจะเอาผ้าเช็ดตัวไหม?" อ้อ นี่เองสิ่งที่แฮร์รี่ลืม รอนตวัดผ้าเช็ดตัวโอบรอบตัวเขา เหน็บชายผ้าแล้วร่ายเวทย์มนต์ที่ทำให้อุ่นแถมท้าย มือของรอนอุ่นกว่าผ้าเช็ดตัวเสียอีก แฮร์รี่ถอนหายใจอย่างมีความสุข รอนเก่งเรื่องการเอาใจใส่รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้จริงๆ นี่ละที่ทำให้บ้านของเขาเปรียบประดุจสวรรค์ในความคิดของแฮร์รี่ รอนบอกว่าเขาเรียนรู้อะไรต่อมิอะไรทั้งหมดนี้จากแม่ของเขา แต่แฮร์รี่ไม่แน่ใจนักหรอกว่าเฟรดหรือยอร์ช หรือกระทั่งเพอร์ซี่จะใส่ใจจำและทำได้ดีเท่า ขณะที่รอนโอบแขนรอบเอวแฮร์รี่เพื่อพยุงเดินไปยังเก้าอี้ยาว ประสาทอันมึนชาของแฮร์รี่ก็กระตุกเตือนให้รู้ว่าเขากำลังสัมผัสกับผิวเนื้อเปล่าเปลือยและไออุ่นของร่างที่ใส่เพียงเสื้อยืดบางๆ ในขณะที่อีกเสี้ยวหนึ่งของสมองยืนยันว่า แน่สิ รอนต้องถอดเสื้อคลุมออก ก็มันเปื้อนคราบอาเจียนไปแล้วนี่นา แต่แผ่นอกแข็งแกร่งและอบอุ่นของรอนที่แนบอยู่กับหลังของเขาให้ความรู้สึกดีเหลือเกิน แฮร์รี่ดีใจที่สามารถใช้อาการทรงตัวไม่อยู่ของเขาเป็นข้ออ้างในการเบียดชิดเข้าไปอีก เขาสูดลมหายใจลึกรับละไออุ่นจากร่างของรอนขณะที่รอนประคองเขาไปที่เก้าอี้ยาว รอนใส่แค่กางเกงขาสั้น ช่วงขาของเขาแข็งแรงสมส่วน กลิ่นกายของเขาอวลอยู่ในนาสิกประสาทของแฮร์รี่ มันเป็นกลิ่นเหงื่อจางๆ ปนกับกลิ่นน้ำหอม แฮร์รี่ชอบกลิ่นแบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากคนที่รูปร่างดีแข็งแรงอย่างรอน เขาดื่มด่ำกับสิ่งที่ประสาทสัมผัสได้ แฮร์รี่ปล่อยศีรษะให้หงายตกไปพิงไหล่ของรอนทางด้านหลัง แล้วหันหน้าไปซุกไซ้ลำคอของรอน ใช้ริมฝีปากเม้มระไปกับปลายคางสากพร้อมครางเสียงแผ่ว เขาแค่ต้องการจะ . สองมือจับทับบนลงบนมือของแฮร์รี่ซึ่งกำลังเอื้อมไปโอบรอบเอวของรอนแล้วยึดไว้ จากนั้นจึงค่อยๆ ดึงแฮร์รี่ให้ออกห่างอย่างนุ่มนวล ถ้าเป็นสมัยยังเรียนอยู่ที่ฮอกวอร์ต รอนอาจตะโกนใส่เขาว่า "ให้ตายสิแฮร์รี่! ฉันชอบผู้หญิงนะ!" แต่ขณะนี้ไม่มีความขุ่นข้องใดๆ เหลืออยู่ มีเพียงแค่การส่ายหน้าและการบอกกล่าวอย่างตรงไปตรงมา "สร่างเมาพรุ่งนี้นายต้องเสียใจแน่ เหมือนกับที่นายจะต้องเสียใจเพราะเมาค้างแหงเลยล่ะ" รอนเสริม เขาจัดให้แฮร์รี่นอนลงบนเก้าอี้ยาว ก่อนจะยืนขึ้นแล้วตวัดไม้กายสิทธิ์ ผ้าผืนหนึ่งลอยพลิ้วออกจากตู้เสื้อผ้ามายังเก้าอี้ยาว รอนต้องรู้เวทย์มนต์เกี่ยวกับงานบ้านงานเรือนทุกชนิดแน่ๆ แฮร์รี่คิด ผ้านุ่มสบายผืนนั้นคลุมลงบนร่างเขา ตามด้วยผ้านวมหนาห่มทับอีกชั้นหนึ่ง "แล้วมันก็จะเรียบร้อยเองน่า แฮร์รี่ ฉันรู้ว่าในโลกนี้ คนที่อัปลักษณ์ น่ากลัว อารมณ์ร้าย นิสัยน่าข้องใจขนาดนี้น่ะมีให้นายเลือกอยู่ไม่กี่คนหรอก -- ยิ่งแบบมีครบทุกข้อนี่ยิ่งหายากเข้าไปใหญ่ - แต่สุดท้ายสเนปก็จะยอมนายเอง รึไม่ก็เป็นนายที่ยอมลงให้เขา ขึ้นอยู่กับว่าคราวนี้ใครเป็นคนผิด" รอนยกมือห้ามก่อนที่แฮร์รี่จะประท้วง "ใช่ ใช่ ฉันรู้ มันเป็นความผิดของเขาเสมอล่ะ แล้วฉันเป็นใครกันถึงจะมาเถียง? ถึงยังไงที่พวกนายทะเลาะกันทุกครั้ง มันก็เรื่องไม่เป็นเรื่องทุกที" แฮร์รี่ต้องยอมรับหงอยๆ ว่ารอนพูดถูก เขาเองยังจับต้นชนปลายไม่ค่อยจะถูกเลยว่าการทะเลาะกันครั้งนี้มันเพราะอะไร เอ๊ะ ใช่แล้ว - "เขาเอาสิ่งประดิษฐ์ต้องสาปเข้ามาไว้ในบ้านนี่!" แฮร์รี่ระล่ำระลักฟ้อง "ช่าย แหม คนเราก็ต้องมีงานอดิเรกส่วนตัวกันมั่งสิ" รอนหาวอ้าปากกว้าง "ฉันโล่งอกจริงๆ ที่ไม่ได้อยู่ใกล้บ้านพวกนาย ก็เล่นตะโกนทะเลาะกัน พังข้าวของ แถมกระแทกประตูดังเปรี้ยงปร้างแบบนี้บ่อยๆ ฉันว่าพวกเพื่อนบ้านของนายคงหลับกันไม่เต็มตานักหรอก" รอนตัวสั่นเยือกเมื่อก้มลงเหน็บผ้าห่มรอบปลายเท้าของแฮร์รี่ เขายืนขึ้นพร้อมทำเสียงจุ๊ปากอย่างพออกพอใจ "โอเค ยาพริกไทยอยู่ในห้องน้ำ พรุ่งนี้นายต้องใช้แน่ๆ กินซักสองเท่าจากที่นายคิดจะกินนะ มันไม่ใช่สูตรมหาประลัยผิดกฎหมายอย่างที่สเนปปรุง แต่อย่าเพิ่งกินตอนนี้ล่ะเดี๋ยวจะนอนไม่หลับ" รอนหันหลังเดินกลับไปห้องนอน สิ่งที่เขาพูดมาเป็นเรื่องที่แฮร์รี่รู้อยู่แล้วทั้งนั้น แต่มันก็ช่วยปลอบโยนให้เขารู้สึกสบายใจได้อยู่ดี "รอน " แฮร์รี่เรียกตามหลังด้วยท่าทางเป็นกังวล เขาดึงผ้าห่มชิดขึ้นมาถึงปลายคาง รอนชะงัก "ขอบใจนะ" "อย่ามาขอบใจฉันเลย นายแหวะใส่เตาผิงของฉัน" รอนตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างมีแผน "เดาออกมั๊ยว่าพรุ่งนี้นายจะต้องทำความสะอาดอะไรมั่ง" แฮร์รี่สะดุ้งนิ่วหน้า เขานึกชั่งใจว่าแบบไหนจะแย่กว่ากัน ระหว่างทำความสะอาดมันเสียเลยตอนที่กำลังเมา หรือว่าทำพร้อมกับอาการเมาค้างที่แสนทรมาน แต่ไหนๆ ตอนนี้ตัวเขาก็สะอาดดีแล้ว เขาจึงเลือกที่จะผลัดงานหนักไว้ทำทีหลัง แล้วขยับซุกกายลึกลงใต้ผ้าห่มเพื่อเตรียมนอน เขามองตามประตูที่ถูกปิดลง นึกในใจอย่างไม่ค่อยจะปะติดปะต่อว่า คงจะดีไม่น้อยถ้าคืนนี้เขาได้นอนในห้องที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของประตูบานนั้น แต่รอนเป็นฝ่ายถูก แน่ละ รอนพูดถูกเสมอ เขาเป็นเพื่อนที่ดีนี่นา Drunken Domesticity: Part II ปากของแฮร์รี่แห้งผากราวกับว่ามันถูกใช้เป็นที่บรรจุผงฟลู แสงสว่างจ้าในห้องทิ่มแทงประสาทตาของเขาอย่างไม่ปราณีปราศัย แฮร์รี่ไอแล้วพลิกตัวนอนคว่ำ แปลกใจที่ผิวหน้าไปสัมผัสโดนเนื้อผ้าหยาบสากๆ เขารู้สึกว่าเตียงว่างเปล่าอย่างประหลาด เขาเอื้อมมือหาเซเวอร์รัสเพียงเพื่อจะพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเก้าอี้ยาว เก้าอี้ยาวของรอน ตายละ! ความทรงจำเมื่อคืนกลับมาอย่างชัดเจน ให้ตายสิ! เขาใช้รอนเป็นทางผ่าน ถึงจะมีแนวโน้มว่ารอนจะไม่ปริปากพูดถึงมันอีกเลยก็ตาม แฮร์รี่ลุกขึ้นนั่ง รู้ตัวในทันใดว่าคิดผิดเสียแล้วที่ลุก เขาทรุดฮวบลงนอนใหม่ เอามือกุมหัวพลางร้องคราง ในตอนนี้การกระดิกตัวแม้เพียงนิดเดียวก็เป็นการตัดสินใจผิดอย่างมหันต์ กระบอกตาของเขาทั้งร้อนผ่าวทั้งปวดร้าว ในความรู้สึกของเขาขณะนี้ โลกคือสถานที่อันสุดแสนทารุณโหดร้ายไม่มีใดเทียม กระทั่งสีเปรอะๆ ของเก้าอี้ยาวยังทำลายสายตาของเขาอย่างร้ายกาจ แฮร์รี่หลับตาแน่น "อรุณสวัสดิ์" รอนร้องทักอย่างร่าเริงแล้วเดินผ่านไปยังห้องครัว แฮร์รี่ลงความเห็นว่ารอนคือบุคคลที่มีจิตใจชั่วร้าย หยาบกระด้าง และไร้ความเห็นอกเห็นใจที่สุดในโลกอย่างแท้จริง มาตะโกนเสียงดังลั่นแบบนี้ได้ตั้งแต่เช้าตรู่ แล้วจะให้เขารู้สึกดีได้อย่างไรเมื่อเห็นอยู่ชัดๆ ว่าโลกกำลังจะถึงกาลแตกดับอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว? เอ้า ถึงยังไม่ใช่ก็ใกล้เคียงละ แฮร์รี่ภาวนาให้มันเกิดขึ้นไวๆ จะได้จบสิ้นไปให้รู้แล้วรู้รอดเสียที เขาตัดสินใจไม่ถูกเลยว่าส่วนไหนของร่างกายที่ทรมานสาหัสกว่ากัน ท้อง ศีรษะ หรือเบ้าตา แต่แล้วก็ตกลงใจว่าคงจะเป็นที่ตากระมัง อย่างน้อยมันก็เป็นส่วนแรกที่ต้องเผชิญกับโลกภายนอกอันแสนโหดร้าย แถมตอนนี้มันยังปวดตุบๆ เข้าจังหวะกับอาการปวดหัวของเขาเสียด้วย รอนยืนอยู่ที่ประตูครัว ยังไม่ได้สวมเสื้อคลุม เขาถือถ้วยชาพลางใช้ช้อนคนน้ำชาในถ้วยเสียงดังกริ๊กๆ กวนประสาท "อ้าว ยังมีชีวิตอยู่รึ?" เขาถามด้วยท่าทางสดชื่นแจ่มใส แฮร์รี่ตัดสินใจว่าจะฆ่ารอนเสียเลยถ้ามีโอกาส "ม่าย ." แฮร์รี่คราง โชคของรอนยังดี เพราะเห็นกันชัดๆ อยู่แล้วว่าแฮร์รี่นั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายตายไปก่อน รอนยักไหล่ แล้วเริ่มทำเสียงดังโฉ่งฉ่างลั่นครัว ฟังจากเสียงก็เดาได้ว่าเขากำลังโยนหม้อไหกระทะร่อนไปทั่วห้องแน่ๆ แฮร์รี่ครางในลำคออีกครั้ง ทันทีที่กลิ่นน้ำมันทอดไข่ดาวเลี่ยนๆ โชยมาแตะจมูก แฮร์รี่ก็กระโจนถลาลงจากเก้าอี้ยาว วิ่งโซซัดโซเซเข้าไปในห้องน้ำ เขาคุกเข่าลงกับพื้นกระเบื้องเย็นเฉียบ แล้วขย้อนใส่โถส้วมจนหมดไส้หมดพุง นับว่ารอนโชคดีจริงๆ แหละที่แฮร์รี่รู้สึกผิดกับเรื่องเมื่อคืนนี้ แถมยังโทรมเกินกว่าจะมีแรงจะไปสาปใครได้ ซึ่งต่อให้ทำได้เขาก็นึกไม่ค่อยออกอยู่ดีว่าไม้กายสิทธิ์ของเขาอยู่ที่ไหนกันแน่ แฮร์รี่คลำหายาพริกไทย แล้วก็พบว่ามันอยู่ในตะกร้าใส่อุปกรณ์อาบน้ำใกล้ๆ นี่เอง - หลักฐานบ่งถึงอุปนิสัยในการดื่มของรอนชัดๆ เลยนะนี่ แฮร์รี่คิดเข้าข้างตัวเองนิดๆ หลังจากดื่มยาจนมีควันลอยพุ่งออกจากหู เขายังคงรู้สึกเข่าอ่อน ปวดมวนท้อง และมีรสขมเฝื่อนค้างอยู่ในปาก แต่อย่างน้อยอาการปวดหัวราวกับจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ นั่นก็หยุดลงแล้วในที่สุด ไข่ดาว แหวะ รอนรู้ดีกว่านั้นน่า เสียงเคาะประตูสั้นๆ ห้วนๆ ที่คุ้นเคยดังมาจากประตูหน้า ส่งให้หัวใจของแฮร์รี่กระดอนขึ้นมาจุกคอหอย เขามาที่นี่รึ? "แฮร์รี่?" เสียงของรอนแว่วไปทางห้องนั่งเล่นฝั่งตรงข้ามกับประตูหน้า "แขกของนายละ - ให้ตายสิ นายอยู่ไหนน่ะ? ฉันยังไม่ได้แต่งตัวนะ!" แฮร์รี่ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆ ก่อนที่จะมีเสียงประตูหน้าเปิดออกดังเอี๊ยด แฮร์รี่ผลักประตูห้องน้ำให้แง้มออกนิดหนึ่ง เซเวอร์รัสในชุดดำยืนเด่นอยู่หน้าประตู ความสง่าขรึมของเขาตัดกับอพาร์ทเมนต์ที่รกรุงรังแต่สดใสของรอนอย่างรุนแรง เซเวอร์รัสไม่เคยย่างกรายมาที่นี่มาก่อน แฮร์รี่ไม่รู้ว่าจะรู้สึกดีใจหรือโมโหดี แต่ที่แน่ๆ ชีพจรของเขาเต้นเร็วขึ้น เขาโล่งใจจริงๆ ที่ดื่มยาพริกไทยไปเรียบร้อยแล้ว เพราะการเผชิญหน้ากับเซเวอร์รัสทั้งที่กำลังเมาค้างอยู่มันออกจะหนักหนาเกินรับไหวไปหน่อย สายตาของเซเวอร์รัสตวัดกวาดมองบรรดาเฟอร์นิเจอร์มือสองและเครื่องใช้เก่าๆ ที่ถูกนำมาซ่อมใช้ใหม่ในห้องด้วยท่าทีรังเกียจ ทำให้แฮร์รี่นึกได้ว่าพวกตนอาศัยอยู่ในบ้านน้อยสุดเลิศหรูมีระดับ ตกแต่งประดับประดาด้วยเครื่องเรือนโบราณสูงค่าของเซเวอร์รัส รวมถึงไอ้งานฝีมือต้องสาปบ้าบอพวกนั้นด้วย แต่แฮร์รี่ชอบบ้านของรอน มันดูอบอุ่นน่าอยู่ ชั่วอึดใจหนึ่งเซเวอร์รัสทำท่าราวกับจะก้าวเข้ามาดื้อๆ เหมือนกับที่อาจารย์คนหนึ่งจะก้าวเข้ามาในห้องนั่งเล่นบ้านกริฟฟินดอร์ แต่รอนยืนกอดอกสกัดเขาไว้ตรงทางเข้าด้วยคำเพียงหนึ่งคำ "สเนป" ท่าค้อมหัวของรอนแสดงถึงการให้ความเคารพอย่างเหมาะสม แต่ไม่ใช่การเชื้อเชิญ เซเวอร์รัสดูเหมือนจะเพิ่งนึกได้ว่า ทั้งเขาและรอนไม่ได้อยู่ที่ฮอกวอตส์อีกต่อไปแล้ว "ขอฉันเข้าไป?" ประโยคนั้นไม่เชิงเป็นคำถามเสียทีเดียว เสียงทุ้มนุ่มของเขาทำเอาแฮร์รี่เหงื่อตกและหัวใจกระตุกวูบอย่างเจ็บปวด สายตาของเซเวอร์รัสมองกวาดหาเขาในห้องนั่งเล่น ดูมีความกังวลอยู่ในที แฮร์รี่สามารถจินตนาการถึงรอยย่นเล็กๆ อันคุ้นตาบนหน้าผากของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน แฮร์รี่ก้าวออกจากห้องน้ำ ปิดประตูแล้วยืนเอนหลังพิงไว้ สายตาของเซเวอร์รัสสบกับแฮร์รี่ ในนั้นมันเปี่ยมล้นไปด้วยความเสียใจ ทุกข์กังวล และห่วงหาอาทร เขาหลุบสายตาตกลงมองพื้นด้วยท่าทางอันเป็นนัยภาษาเฉพาะของเซเวอร์รัส สเนป: 'ฉันขอโทษ' กริยานั้นบอก แฮร์รี่ไม่สามารถจะปกปิดคำตอบของตนเองได้ ไหล่ของเขาลู่ลงอย่างปวดร้าว สิ่งที่เซเวอร์รัสพูดเมื่อคืนนั้นทำให้เขาเจ็บ แต่เขาก็ยังสบตากับเซเวอร์รัสอย่างแน่วแน่ด้วยการยอมรับอันเด็ดเดี่ยวมั่นคง แฮร์รี่รู้ว่าเซเวอร์รัสเป็นคนที่ซับซ้อนและคบยาก แฮร์รี่ไม่มีทางจะพยายามเปลี่ยนแปลงเซเวอร์รัสแม้เพียงผมสักเส้น ถ้าให้ฆ่าเขาละก็ไม่แน่ เขาตั้งใจจะจัดการสำเร็จโทษเซเวอร์รัสทันทีที่เขารู้สึกดีขึ้นเลยเชียว เจ้าคนนิสัยสุดจะทน หยิ่งยโส ไร้ความเห็นอกเห็นใจ เห็นแก่ตัว ช่างถากถาง วางภูมิ ! ตาของแฮร์รี่เป็นประกายวับใส่เซเวอร์รัส สิ่งที่ได้กลับมาคือริมฝีปากบางที่หยักโค้งขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มอย่างโล่งใจ กล้าดียังไงมาเห็นผมน่าขำน่ะ! แฮร์รี่พยายามยึดเหนี่ยวโทสะซึ่งทำให้เขาเหวี่ยงประตูบ้านเสียงดังเปรี้ยงสะใจเมื่อคืนก่อนเอาไว้อย่างสุดฤทธิ์ หวังว่าอะไรก็แล้วแต่ที่เขาทำพังไปเมื่อคืนคงจะเป็นมรดกประจำตระกูลอันหาค่ามิได้ - มันสาสมกับสิ่งที่คุณทำแล้วล่ะคราวนี้ ทว่าความโกรธนั้นก็กำลังละลายหายไป แฮร์รี่ทำได้เพียงแค่ยกมือขึ้นเสยผมแล้วกล่าว "ให้ตายสิ คุณทำให้ผมต้องเจอกับอะไรนี่ " รอนขยับไปด้านข้าง เปิดทางให้เซเวอร์รัสเข้ามา เขาชำเลืองมองทั้งคู่สลับไปมาอย่างสงสัย แฮร์รี่เพิ่งรู้สึกตัวว่าการสื่อสารของพวกตนเมื่อครู่นี้ใช้เวลาเพียงชั่วขณะเท่านั้น จู่ๆ แฮร์รี่ก็ตระหนักถึงความจริงอีกข้อหนึ่งได้ ทั้งเขาและรอนต่างก็แต่งตัวในชุดเสื้อยืดและกางเกงบ๊อกเซอร์ แถมเขายังอยู่ในสภาพที่โทรมจนดูไม่ได้เอาเสียเลย จากสัมผัสของเส้นผมบอกได้ว่าเขาคงนอนหลับไปทั้งที่ผมยังเปียกอยู่ ในทางตรงกันข้าม เซเวอร์รัสดูสะอาดเรียบกริบไปทุกกระเบียดนิ้ว แน่ละ เซเวอร์รัสไม่ได้ไปดื่มจนเมาเละหลังจากการทะเลาะนี่ ไม่มีทาง เซเวอร์รัสคงจะเปิดเพลงให้ดังขึ้น - โดยไม่แยแสกับเสียงบ่นของเพื่อนบ้าน - แล้วนั่งจ้องไฟในเตาผิงทั้งคืน นึกทบทวนถึงบรรดาคำพูดเชือดเฉือนที่น่าจะได้พูดออกไปแต่แรก สรุปแล้วใครกันที่น่าเวทนากว่า? ไม่ต้องสงสัยเลย เขามาที่นี่เพื่อจะพูดสิ่งที่ผ่านการขบคิดไตร่ตรองมาอย่างดีแล้วว่าเฉียบขาดที่สุด แต่พอเห็นหน้าแฮร์รี่เขาก็ 'เปลี่ยนใจ' แฮร์รี่รู้จักเขาดี พวกเขาอาจจะมานั่งวิเคราะห์คำพูดที่ว่านั่นกันระหว่างอาหารค่ำคืนนี้ก็ได้ แต่เจ้าสิ่งประดิษฐ์ต้องสาปนั่นต้องเป็นฝ่ายไป รอนเข้ามาขัดจังหวะความคิดของแฮร์รี่ในที่สุด เขากระแอม "นายไปอาบน้ำก่อนดีกว่าไหม แฮร์รี่? อย่าลืมนะ " เขาหันมาบอก " ก๊อกน้ำร้อนติดคำว่า 'เย็น' ส่วนก๊อกน้ำเย็นคืออันที่มีคำว่า 'ร้อน' " รอนจงใจโยนหลักฐานที่บ่งถึงความจนของเขาใส่หน้าเซเวอร์รัส เขาเห็นสายตาเหยียดๆ ของเซเวอร์รัสเมื่อครู่ก่อน "อ้อ แล้วหัวก๊อกก็ไม่เข้าชุดกันด้วย ฉันว่านายต้องไม่ชอบแน่เลย" รอนบุ้ยใบ้ไปทางห้องครัว "ฉันจะไปชงชาไว้ แล้วแต่งตัวอีกเดี๋ยวก็เสร็จละ" เซเวอร์รัสไม่ออกความเห็นใดๆ เขาเดินตามรอนไปในห้องครัว แน่ละ รอนกระทบได้ตรงจุดเชียว ของทุกอย่างที่บ้านของพวกเขาจะต้องเข้าชุดกัน แฮร์รี่อิจฉาชั้นวางไม้กวาดแบบติดข้างฝาอันใหม่ของรอน แต่เซเวอร์รัสบอกว่ามันดู 'สยอง' เกินไป แล้วก็ไม่ยอมให้ซื้อ แฮร์รี่หันกลับไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเป็นรอบที่สองของวันนี้ พร้อมกันนั้นก็นึกภาวนาให้เซเวอร์รัสหุบปากไว้ก่อน ขอแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นเอง "กระทรวงน่าจะขึ้นเงินเดือนให้เธอสักนิดนะ " แฮร์รี่ได้ยินประโยคนั้นก่อนประตูห้องน้ำจะปิดลง เขานิ่วหน้า หวังสูงเกินไปหน่อยแฮะ ทักษะด้านมนุษยสัมพันธ์ของเซเวอร์รัสนี่ติดลบแท้ๆ เลย ไม่ว่าจะเชื่อหรือไม่ นั่นก็คือคำชมที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงไตร่ตรอง บ่งถึงการชั่งน้ำหนักคุณค่าของรอนที่มีต่อกระทรวงอย่างตรงไปตรงมา และเป็นนัยถึงการรับรองฝากฝังอีกด้วย เขาจะทำเพื่อตอบแทนที่รอนช่วยดูแลแฮร์รี่ แต่นอกจากดัมเบิลดอร์แล้ว มีน้อยคนนักที่รู้ 'ภาษาสเนป' ดีพอที่จะอ่านภาษากาย ท่าที หรือท่วงทำนองน้ำเสียงของเซเวอร์รัสได้ แฮร์รี่ลงความเห็นว่าคนทั่วไปจำเป็นต้องใช้คาถาแปลภาษามาเรียบเรียงสิ่งที่เซเวร์รัสพูดเสียใหม่ เพื่อให้ฟังได้ตลอดรอดฝั่งโดยที่คนฟังไม่กระอักเลือดตายไปเสียก่อน แฮร์รี่ถอดเสื้อยืดที่ยืมมาจากรอนออกแล้วก้าวเข้าไปยืนในอ่างอาบน้ำ
ชายที่ซับซ้อน
การพยายามเข้าใจเซเวอร์รัสก็สนุกพอๆ กับการพยายามหาคำพูดมาอธิบายเขานั่นแหละ หลังจากนั้นไม่นานแฮร์รี่ก็ปิดน้ำ เขารูดม่านอาบน้ำไปด้านข้างดังกราวใหญ่ รู้สึกเกือบเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง เสียงสนทนาแว่วๆ จากทางห้องครัวดังลอดประตูเข้ามา คุยกันรึ? สองคนนั่น-? ตายละ "คุณเข้มงวดกับเขาเกินไป ให้ตายสิ - เขาคู่ควรกับสิ่งที่ดีกว่านี้" นั่นคือเสียงของรอน แฮร์รี่ปล่อยสองคนนั้นให้อยู่กันตามลำพังแค่ยี่สิบนาทีเท่านั้น! เซเวอร์รัสไม่ตอบ แน่ละ รอนไม่รู้หรอกว่ามันหมายความว่าเขาเห็นด้วย "มันไม่ยุติธรรมเลย! คุณทำให้เขาประสาทกิน แล้วผมก็ต้องรับกรรมตามเก็บกวาด!" แฮร์รี่ตลบผ้าเช็ดตัวพันผมเปียกๆ ของตนไว้พลางมองหาเสื้อคลุม แล้วก็เจอ เสื้อคลุมผ้าซาตินสีชมพู? มีบราเซียร์ตัวหนึ่งห้อยอยู่บนตะขอใต้เสื้อคลุมเสียด้วย แฮร์รี่ยิ้มมุมปาก เสร็จเขาละ ได้ล้อรอนจนหนำใจแน่งานนี้ "เธอเป็นเพื่อนของเขา มันคือทางที่เธอเลือกเอง" ก็สมเหตุสมผลดี สำหรับเซเวอร์รัสแล้วนี่ถือว่าเป็นคำตอบที่สุภาพจนไม่น่าเชื่อทีเดียว และแน่เสียยิ่งกว่าแน่ มันยังทำให้รอนเดือดพอๆ กับหม้อใหญ่ของเนวิลตอนระเบิดอีกด้วย แฮร์รี่เร่งฝีเท้า เขาวิ่งเหยาะผ่านห้องนั่งเล่นแล้วยันประตูครัวให้เปิดออกด้วยปลายเท้า "ฮัล-โหล ผมพลาดอะไรไปรึเปล่าเนี่ย?" เขาจ้องคู่สนทนาอย่างเพ่งเล็งขณะที่ใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมไปด้วย ไม่มีใครตอบ ลำคอของรอนเป็นสีแดงก่ำ ส่วนเซเวอร์รัสก็นั่งไขว่ห้าง มองเขม็งข้ามถ้วยชาบนโต๊ะอันง่อนแง่นไปยังรอนด้วยสายตาแสดงความรังเกียจเดียจฉันท์อย่างสุดแสน ถ้าสองคนนี้เกิดจะดวลกันขึ้นมาแฮร์รี่ก็คงพนันข้างเซเวอร์รัสอยู่ดี แต่อย่าให้เกิดเหตุการณ์อย่างนั้นขึ้นจริงจะดีกว่า เสื้อคลุมที่แฮร์รี่สวมยังผูกสายไม่เรียบร้อย ฉับพลันนั้นเขาก็ไม่รู้สึกเสียใจที่ต้องใส่เสื้อคลุมผ้าซาตินสีชมพูพลิ้วแนบเนื้อ หรือที่ต้องรีบร้อนวิ่งมาทั้งที่ยังแต่งตัวไม่เสร็จ เพราะสายตาประเมินตรึกตรองของเซเวอร์รัสที่มองมายังเขา และปลายลิ้นที่ตวัดเลียริมฝีปาก เสมือนหนึ่งการให้สัญญาถึงการร่วมรักคืนดีที่แสนบรรเจิดในภายหลัง แฮร์รี่ยิ้มยิงฟัน เซเวอร์รัสเช็ดปากแล้วยิ้มหยันๆ "เธอใส่สีชมพูไม่ขึ้นเลยซักนิด" รอนสังเกตเห็นสายตามีนัยของทั้งสองที่ส่งให้กันและกัน เขาทำตากลับ "ฉันยอมแพ้แล้ว พวกนายนี่บ้าทั้งคู่เลย" เขาซบหน้ากับฝ่ามือ ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยท่าทางเหลือทนสุดจะอดกลั้น แล้วจึงลุกขึ้นเพื่อปล่อยให้ทั้งสองได้อยู่ตามลำพัง "คุยกัน จูบกัน แล้วก็คืนดีกันซะ ฉันวางมือไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยแล้ว แต่อย่าให้กลับมาเห็นพวกนายเล่นจ้ำจี้กันอยู่บนเคาท์เตอร์เชียวนะ - ฉันจะสาปก่อนแล้วค่อยถามทีหลังจริงๆ ด้วย!" รอนเสริม "แล้วฉันไม่ใช้คาถาเบาๆ อย่างคาถาขาเยลลี่*หรอกนะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ที่ขาละ" เขาเดินย่ำออกไป แต่ปิดประตูอย่างเบามือ แปลว่าไม่ได้ฉุนเฉียวมากเท่ากับที่แสดงออกมา ห้องครัวคือห้องที่น่าอยู่ที่สุดในอพาร์ทเมนต์ของรอน มันทั้งดูสดชื่นและมีสีสันสว่างสดใส ถึงห้องจะแคบจนไม่มีที่วางตู้ใส่จานชาม แต่รอนก็ชดเชยด้วยการแขวนหม้อกระทะใหญ่น้อยไว้บนกำแพง มีโถใส่ของเชื่อมดองและโหลแก้วที่อัดแน่นไปด้วยผลไม้แห้งหลากสีวางเรียงรายอยู่เต็มชั้นวางของ แม่ของรอนนี่ละที่คอยส่งเสบียงให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัว แฮร์รี่ดึงเก้าอี้ขาเกตัวที่เหลืออยู่ออกมาอย่างใจเย็น เขานั่งลงแล้วรินชาให้ตัวเอง ส่งสายตาให้เซเวอร์รัสเป็นเชิงขออภัยแทนพฤติกรรมเมื่อครู่ของรอน "เขาจะต้องเป็นมือปราบมารที่เก่งมากแน่ๆ ในอนาคต" แฮร์รี่เสนอ จิบชาหนึ่งอึก เซเวอร์รัสพยักหน้าเห็นด้วยอย่างไม่ค่อยจะเต็มใจนัก "คุณน่าจะดำเนินเรื่องเสนอชื่อรับรองนั่นได้เลย ยังไงก็" เซเวอร์รัสทำเสียงดังฮึ "ฉันตั้งใจอยู่แล้ว " แล้วเขาก็ยิ้มมุมปาก พยักหน้าไปที่เสื้อคลุม "ฉันควรจะอุ้มเธอกลับบ้านไหมนี่?" "ผมว่ารอนคงอยากได้เสื้อตัวนี้คืนนะ" "นี่คือการบอกใบ้อะไรรึเปล่า?" เซเวอร์รัสมองอย่างโลมเลียม แฮร์รี่หน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที "คุณนี่แย่ที่สุดเลย " เป็นเวลาครู่ใหญ่ที่ทั้งสองต่างนั่งเงียบๆ ด้วยความรู้สึกสุขสงบผ่อนคลาย น่าแปลกที่การทะเลาะกันของพวกเขาแต่ละครั้งมักจะลงเอยอย่างน่าพึงพอใจในวันถัดมา เกือบจะเรียกได้ว่ามันให้ความรู้สึกดีๆ ในแบบฉบับของมันเองเลยทีเดียว ห้องครัวแห่งนี้อุ่นสบายและมีเครื่องใช้ข้าวของระเกะระกะเต็มไปหมด รอนชอบทำอาหาร แม้ว่าเขาจะไม่ค่อยมีฝีมือเท่าไรก็ตาม แฮร์รี่รู้ว่าในตู้เย็นนั้นเต็มไปด้วยอาหารสารพัดอย่างที่มีแต่รอนเท่านั้นที่จะกินได้ลง ถ้าไม่นับเรื่องเกี่ยวกับตัวเขาแล้ว ทักษะด้านการทำอาหารอาจจะเป็นเพียงสิ่งเดียวที่รอนมีคล้ายกับเซเวอร์รัสก็เป็นได้ "อย่าไปเชื่อรอนนะ คุณน่ะคู่ควรกับผมจริงๆ" แฮร์รี่พูดด้วยท่าทางจริงจังขึ้น "เอ้อ คือ - ผมหมายความว่า ." "เห็นทีฉันจะต้องชดใช้เวรกรรมไปตลอดชีวิตเสียแล้ว" เซเวอร์รัสพ่นลมออกทางจมูกเหยียดๆ "ผม - มันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ " แฮร์รี่ตะกุกตะกัก แต่สายตาของเซเวอร์รัสที่ตวัดมาสบกับเขาแบบดุๆ เพียงแวบเดียวนั้นทอประกายตื้นตัน บางครั้งรอนก็ไม่ได้มีความรู้สึกละเอียดอ่อนกว่าเซเวอร์รัสหรอก รอนไม่ได้รู้จักตัวตนของเซเวอร์รัสอย่างแท้จริง ไม่ทราบถึงความรู้สึกของเขาเรื่องที่เคยเป็นผู้เสพความตาย แต่นั่นก็เป็นเรื่องที่แฮร์รี่ไม่เคยคิดจะอธิบายให้รอนฟัง มีเสียงเคาะอย่างระแวดระวังดังมาจากประตูครัว "พวกนายเรียบร้อยดีรึยัง?" "ไม่" เป็นคำตอบทื่อๆ ของเซเวอร์รัส "โธ่ เงียบเถอะ - พวกเราเรียบร้อยแล้ว " รอนเข้าห้องมา กวาดตามองพวกเขาขึ้นๆ ลงๆ เห็นได้ชัดว่าเขาโล่งอกที่พบว่าทั้งสองยังใส่เสื้อผ้าอยู่ ผมเผ้าก็ไม่ยุ่งเหยิง เซเวอร์รัสมองชุดของแฮร์รี่อย่างวิเคราะห์แล้วพึมพำ "ความคิดเธอก็แปลกดีนะ แบบนี้น่ะรึเรียบร้อย " แฮร์รี่ทำหน้านิ่วอีกหน เซเวอร์รัสมีความสุขนักละที่ได้แกล้งให้รอนรู้สึกอึดอัด รอนแกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน "แฮร์รี่ นายยืมเสื้อคลุมฉันไปชุดนึงดีกว่า - อย่างนายใส่คงหลวมโพลกยังกะเด็กสองขวบใส่เลยแหละ แต่พับแขนเอาก็แล้วกัน - แล้วก็ระวังสะดุดชายเสื้อล่ะ" รอนส่ายหัว "เสื้อผ้าของนายอยู่ในเครื่องซักผ้า แต่ฉันว่าเผามันทิ้งไปเหอะ" "ขอบใจนะ รอน ขอยืมไม้กายสิทธิ์ของนายซักแป๊บสิ ฉันจะได้ทำความสะอาดเตาผิง" แฮร์รี่หน้าแดง "เอ่อ ฉันไม่ค่อยแน่ใจว่าไม้กายสิทธิ์ของฉันมันอยู่ที่ไหนน่ะ" ถ้าเป็นตามปกติรอนคงจะหยอกกลับมาว่า 'ไม้กายสิทธิ์' ก็อยู่ในกางเกงของแฮร์รี่นั่นแหละ - แต่รอนไม่เคยเล่นมุขหยาบโลนต่อหน้าเซเวอร์รัส น่าเสียดาย มันอาจจะช่วยลดความตึงเครียดระหว่างพวกเขาได้บ้าง "อยู่ที่ฉันเอง" เซเวอร์รัสดึงแท่งไม้อันเล็กเรียวออกจากกระเป๋าเสื้อ "อย่าใช้เวทย์มนตร์ตอนเมา" รอยยิ้มแบบมีลับลมคมนัยของเขาขณะที่เขายื่นไม้กายสิทธิ์คืนให้แฮร์รี่บอกอะไรมากมายเกี่ยวกับประสบการณ์ของเขาในสถานการณ์เดียวกัน แฮร์รี่ชกไหล่รอนเบาๆ ก่อนจะเดินออกไป ปล่อยให้รอนและเซเวอร์รัสอยู่กันตามลำพังเป็นครั้งที่สอง เขาส่งสายตาไปยังเซเวอร์รัสเป็นเชิงเตือนให้ทำตัวศิวิไลซ์หน่อย ได้โปรดเถอะ รอนเอนตัวพิงกรอบประตูอย่างเหนื่อยๆ เขาร่ายคาถา ผ้าเช็ดจานเริ่มปัดกวาดเช็ดถูเคาท์เตอร์ด้วยตัวมันเองพร้อมเสียงสะบัดขวับเบาๆ เซเวอร์รัสจิบชาด้วยท่าทีใคร่ครวญ สายตามองผ่านขอบถ้วยไปยังรอน แมลงวันตัวหนึ่งหลงเข้ามาบินฉวัดเฉวียนอยู่ในครัว เสียงน้ำหยดติ๋งๆ จากก๊อกที่ปิดไม่สนิท แล้วเซเวอร์รัสก็เอ่ยปาก "ฉันสงสัย " รอนสะดุ้ง มองมาอย่างระแวดระวัง "สงสัยว่า มีพวกผู้เคราะห์ร้ายไร้ที่ไปสักกี่คนกันที่ซมซานมาพักใจที่บ้านของเธอ ให้เธอช่วยดูแลปลอบใจ? อย่างน้อยก็แค่ในอาทิตย์นี้ล่ะ?" เซเวอร์รัสดื่มชาอึกใหญ่อย่างช้าๆ สายตาคมกริบจ้องจากหลังขอบถ้วย รอนกระพริบตา เขาตอบในที่สุด "มากเกินพอน่ะแหละ" แล้วก็ยักไหล่ เซเวอร์รัสส่งเสียงดังฮึ แล้วพยักหน้า เขาพิจารณาดูรอนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดพร้อมถอนหายใจ "เพอร์ซี่ พี่ชายของเธอนั่นแหละที่เป็นคนชะลอการขึ้นเงินเดือนของเธอไว้ เหตุผลอะไรบางอย่างที่เกี่ยวกับ 'ภาพพจน์' แล้วก็ 'หลีกเลี่ยงการลำเอียง' " "ไอ้คนสารเลว! เห็นนโยบายการเมืองสำคัญกว่ารึ-!?" รอนเดือดจัด "ฉันจะไม่กังวลเรื่องนี้หรอกนะ ถ้าเธอจะฟังฉันพูดหน่อยละก็ เธอก็จะรู้ว่าตระกูลสเนปยังพอมีอิทธิพลกับทางกระทรวงอยู่บ้าง" เซเวอร์รัสวางถ้วยชาลงดังกริ๊ก "แต่ช่วยอะไรฉันหน่อยให้เรื่องมันง่ายขึ้นก็แล้วกัน ทำตัวให้สนิทสนมกับหัวหน้าของเพอร์ซี่เสีย พาเขาไปงานเลี้ยงแบบสุดเหวี่ยงของนายที่ฉันได้ยินคำเล่าลือมานักต่อนักสักครั้ง ถ้า 'เจ้านายใหญ่' ของเราจะต้องประจบประแจงเลียแข้งเลียขาใครสักคน คนนั้นก็ควรจะเป็นเธอ" รอนจ้องเขาจนตาค้าง แล้วรีบหุบปากเมื่อรู้สึกตัวว่าเผลออ้าปากอยู่ แต่อะไรก็ตามที่เขากำลังจะพูดก็ถูกขัดจังหวะด้วยเสียงร่าเริงของแฮร์รี่ที่ดังมาจากห้องนั่งเล่น "นี่ เซอเวอร์รัส - จะไปกันรึยัง?" เซเวอร์รัสค่อยๆ ลุกจากเก้าอี้ รอนสูงกว่าเขาเล็กน้อย แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเซเวอร์รัสก็ยังสามารถทำตัวให้น่าเกรงขามกว่าได้อยู่ดี รอนคว้าแขนเซเวอร์รัสไว้ - สิ่งที่เขาไม่มีทางกล้าทำในสมัยที่ยังเป็นนักเรียน - ตาของเซเวอร์รัสหรี่ลง จ้องไปที่มือของรอน "สเนป " รอนเริ่ม แล้วก็ชะงัก เขาส่ายหน้า "แค่ ดูแลเขาให้ดีนะ" สเนปพูดเสียงนุ่ม "มิฉะนั้นเธอจะทำแทนเสียเองรึ?" "แน่อยู่แล้ว" รอนทำเป็นไม่ใส่ใจกับความหมายแฝงอันบ่งว่าสเนปเดาได้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น - หรือเกือบจะเกิด - เมื่อคืนก่อน "แล้วก็ให้เขาได้ทำงาน ได้ไหม? ผมไม่รู้นะว่าคุณรู้ตัวรึเปล่า แต่เขาแค่หาเรื่องทะเลาะกับคุณเพราะว่าเขาเบื่อน่ะ" ตาของเซเวอร์รัสเป็นประกายวูบด้วยความเข้าใจ แล้วเขาก็ทำเสียงขึ้นจมูก "ฉันพยายามแล้ว" "ช่าย พนันได้เลยว่าคุณลองแล้ว" รอนหัวเราะหึๆ ทั้งคู่รู้สึกผ่อนคลายลงเล็กน้อยด้วยความขบขันที่มีร่วมกันต่อแฮร์รี่ พอตเตอร์ของพวกเขา รอนปล่อยแขนสเนป "ปล่อยเขาบ้างเถอะ เขาไม่มีทางไปจากคุณหรอก! จริงๆ นะเชื่อผมสิ เงินน่ะไม่มีความหมายสำหรับเขา" "ทำไมเธอต้องมาสนใจด้วย?" สเนปกอดอก เอียงหน้านิดหนึ่งอย่างข้องใจ แต่เขาไม่มีโอกาสที่จะได้ฟังคำตอบ แฮร์รี่โผล่หน้าเข้ามา "นับซิได้กี่ศพแล้ว? ยังไม่มีใครตายอีกรึ ดีจัง ใช้ได้ทีเดียวนี่นาเซเวอร์รัส เอ้า รอน เตาผิงของนายใสปิ๊งเหมือนใหม่เลย สะอาดกว่าที่ผ่านมาตั้งหลายเดือนนี่ซะอีก แล้วก็ " แฮร์รี่ยิ้มกว้างแล้วพูดอย่างอบอุ่น " ขอบใจมากนะ รอน" "แฮร์รี่ นายเป็นแขกที่ห่วยมากแต่เป็นสาวใช้ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ ฉันตกลงจ้างนายละ" รอนว่า เซเวอร์รัสวางมือโอบหลังแฮร์รี่แล้วรุนเขาออกไปยังประตู "เราอาจจะค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ในชีวิตของเธอแล้วกระมัง อาชีพของเธอไง " เขากับรอนแลกรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ให้แก่กันข้ามศีรษะของแฮร์รี่ "เธอสามารถจะเริ่มด้วยการเก็บกวาดซากแจกันที่เธอทำแตก ฉันเหลือไว้ให้เธอโดยเฉพาะเลย" "แจกัน? คงไม่ใช่อันที่อยู่ข้างประตูนะ?" แฮร์รี่ถามอย่างเศร้าสร้อย เซเวอร์รัสไม่ตอบ "โธ่ บ้าชะมัด ผมชอบแจกันอันนั้นซะด้วย " รอนจับสังเกตอะไรบางอย่างได้ขณะที่แฮร์รี่กำลังจะเดินออกไป มันแวบผ่านไปอย่างรวดเร็วจนเขาเกือบจะคิดว่าตาฝาดไปเอง แต่ขณะที่สเนปเปิดประตูให้แฮร์รี่นั้นเขาได้เหลือบมองกลับมายังรอน ในสายตาของเขาเหมือนกับจะมีประกายขอบคุณวูบขึ้นมา รอนอุ่นอาหารเช้าของตัวเองแล้วเก็บถ้วยชาไปใส่รวมในอ่างล้างจาน พลางนึกทบทวนถึงประกายตานั้นในใจ เมื่อผ่านการครุ่นคิดอย่างรอบคอบแล้ว รอนก็ตัดสินใจที่จะมั่นใจว่าเขาได้เห็นมันจริงๆ บางที รอนอาจจะมีความสามารถที่จะเรียนรู้ภาษาสเนปได้ก็เป็นได้ ~ Fin ~ * คาถาขาเยลลี่ (Jelly-Legs Curse) ในแฮร์รี่พอตเตอร์ฉบับภาษาไทยของนานมีบุ๊คส์แปลไว้ว่าคาถาขาปุยนุ่น
แต่รู้สึกว่าในที่นี้น่าจะใช้คำว่าเยลลี่มากกว่าน่ะ |
|
|